โนว & เคียวเง็น & คาบุกิ ต่างกันอย่างไรนะ?

1บางคนอาจจะได้ยินทั้ง 3 คำนี้เป็นครั้งแรก บางคนเคยได้ยินมาแล้วเพียงบางคำ แต่รู้หรือไม่ว่าทั้งสามนั้นคือศิลปะการแสดงของชาวญี่ปุ่น ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆก็น่าจะคล้ายๆกับลำตัดและลิเกในบ้านเรา แล้วความแตกต่างหล่ะ? คนญี่ปุ่นแท้ๆบางคนยังไม่ทราบเลย วันนี้ จึงนำศิลปะการแสดงทั้งสามอย่างนี้ มาอธิบายถึงความแตกต่างอย่างคร่าวๆให้เข้าใจกัน

 

23

ละครโนว (能)

เป็นวรรณคดีประเภทละครที่เกิดในสมัยมุโรมาจิ (Muromachi : 室町時代) มีต้นกำเนิดมาจากเพลงสวดและการร่ายรำบูชาเทพเจ้า บทร้องในละครโนวจะเป็นการเปล่งเสียงออกมาในระดับเดียวไม่ใช้โทนเสียงที่หวือหวา คำพูดมักจะใช้สำนวนโวหารเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ให้ตีความ และด้วยการเคลื่อนไหวเชื่องช้าซึ่งจะทำให้จิตใจสงบตามหลักของลัทธิเซน จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักรบและซามูไรที่กำลังรุ่งเรื่องในสมัยนั้น ละครโนวนั้นมีลักษณะเรียบง่าย นักแสดงจะสวมหน้ากากและแต่งกายในชุดญี่ปุ่นโบราณ คนปกติอย่างเราๆไปดูอาจถึงกับง่วงนอนได้เลยทีเดียว

 

4 5เคียงเง็น (狂言)

เป็นละครชวนหัวซึ่งจะเอาชีวิตความเป็นอยู่แบบชาวบ้านมาผูกเรื่องและตีแผ่ออกมาในแง่ขบขัน เช่น เรื่องเกี่ยวกับลูกน้องกับเจ้านาย, พ่อตากับลูกเขย และซามูไรขี้ขลาด เป็นต้น และใช้วิธีดำเนินเรื่องด้วยการพูดคุยแบบธรรมดาตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมแบบโนว ไม่ได้ใช้ศิลปะการร้องรำแบบละครแบบโนว มีต้นกำเนิดมาจากละครชวนหัวสมัยปลายเฮอัน (Heian : 平安時代) ที่เป็นการเล่นตลกล้อเลียนหรือการถามตอบของตัวละครในเรื่องสนุกๆ เมื่อถึงสมัยมุโรมาจิจึงกลายเป็นละครที่เล่นสลับฉากกับโนวเพื่อช่วยผ่อนคลายอารมณ์ นับว่าเป็นละครที่เสียดสีสังคมสมัยนั้นด้วยอารมณ์ขันโดยถือเอามนุษย์เป็นหลัก จึงได้ชื่อว่าเป็น “ละครแห่งมนุษย์”

 

6คาบูกิ (歌舞伎)

มาจากคำว่า “Kabuku” เป็นคำกริยาแปลว่าผิดแปลก, สดใส, ฉูดฉาด เป็นการแสดงที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แสดงออกถึงท่าทางที่มีความหมายชัดเจน เช่น ร้องไห้ เสียใจ ดีใจ โกรธ บ้าคลั่ง ไม่ต้องแฝงแนวคิดอะไรเนื่องจากประชาชนสมัยนั้นคือพวกพ่อค้าจึงทำให้เป็นที่นิยมดูกัน คาบูกินั้นเกิดขึ้นจากการร้องเพลงร่ายรำพร้อมกับกระดิ่งในพิธีศาสนาของของมิโกะจากศาลเจ้าอิซึโมะ มิโกะคนนี้ได้สร้างความแปลกใจและพึงพอใจให้กับชาวเมืองเป็นอย่างมาก โดยการสวมชุดดำและถือกระดิ่งมีพู่สีแดงสดเต้นและร้องด้วยท่าทีที่งดงาม จนชาวเมืองได้โยนเงินลงที่เวทีเป็นจำนวนมากเพื่อบริจาคให้กับศาลเจ้า และการแสดงครั้งนี้จึงถือเป็นต้นกำเนิดคาบูกิ

หลังจากนั้นได้มีการแสดงทำนองเดียวกันแต่นักแสดงหญิงนั้นส่วนมากเป็นโสเภณี โชกุนจึงสั่งห้ามแสดงเด็ดขาด ต่อมาจึงให้คนแสดงเป็นผู้ชายเท่านั้นและก็ยังเกิดปัญหาเรื่องรักร่วมเพศกับเด็กอีกเนื่องจากมีเด็กผู้ชายแสดงด้วย ภายหลังจึงอนุญาตให้ผู้ชายที่โตแล้วแสดงได้เท่านั้นแม้แต่บทที่เป็นตัวละครผู้หญิง จุดเด่นของคาบูกิคือ ผู้แสดงจะไม่ใส่หน้ากากแต่จะแต่งหน้าจัดและเป็นเอกลักษณ์มาก

 

 

ที่มา – anngle



โนว & เคียวเง็น & คาบุกิ ต่างกันอย่างไรนะ?

5288
ราเมงรสเลิศ 3 ร้าน แห่งชินจุกุ
เผยแพร่ : 24th มิ.ย. 2015 เขียนโดย : ทาเครุ
ลักษณะเด่นของที่พักอาศัยของคนญี่ปุ่น
เผยแพร่ : 24th มิ.ย. 2015 เขียนโดย : ทาเครุ
กิโมโนในเทศกาลต่างๆ
เผยแพร่ : 10th มิ.ย. 2015 เขียนโดย : ทาเครุ
อย่าทิ้งของกินญี่ปุ่นที่หมดอายุแล้วในทันที
เผยแพร่ : 5th พ.ค. 2015 เขียนโดย : ทาเครุ