โนบุนากะ…ขุนพลสะท้านแผ่นดิน!!

1

โนบุนากะ โอดะ (Nobunaga Oda : 織田信長) เป็นหนึ่งในบุคคลที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นยุคเซนโกคุ (戦国時代) ช่วงปี ค.ศ. 1500-1700 โดยตระกูลโชกุนที่ปกครองในตอนนั้นคือ “อะชิคางะ” เกิดการเสื่อมอำนาจขึ้น ทำให้ไดเมียวหรือเจ้าเมืองต่างๆตั้งตนเป็นอิสระและต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันเอง ญี่ปุ่นในตอนนั้นจึงเริ่มเข้าสู่ภาวะสงครามกลางเมือง ซึ่งกินเวลากว่า 100 ปี หรือที่เรียกว่า “ยุคเซนโกคุ”

DSCN4454แต่ในช่วงมืดมิดของสงครามกลางเมืองสมัยนั้นก็ได้มีขุนพลคนหนึ่งที่สามารถก้าวขึ้นมามีอำนาจเหนือผู้อื่นและคุมประเทศที่กำลังโกลาหลได้อย่างเบ็ดเสร็จก็คือ โนบุนากะ โอดะ (Nobunaga Oda : 織田信長) เกิดเมื่อค.ศ. 1534 ที่ปราสาทนาโกยา เป็นบุตรชายคนที่สองของไดเมียวแห่งแคว้นโอวาริ (尾張) จังหวัดไอจิในปัจจุบัน (愛知) ชื่อว่าโนบุฮิเดะ โอดะ (Nobuhide Oda : 織田信秀) เมื่ออายุได้ 15 ปี บิดาก็เสียชีวิต โนบุนากะจึงต้องขึ้นเป็นผู้นำแคว้นและกำหราบเหล่าญาติของตนลงจนหมดสิ้น หลังจากนั้นไม่นานก็ได้เปิดฉากสู้กับโยชิโมโตะ อิมาคาวะ (Yoshimoto Imagawa : 今川義元) ไดเมียวใหญ่จากแคว้นมิคาวะที่กำลังจะยกทัพไปบุกเกียวโตในศึกโอเกะฮาซามะ (桶狭間の戦い) โดยการโจมตีอย่างรวดเร็วทำให้สามารถสังหารโยชิโมโตะได้ ทหารของกองทัพจากแคว้นมิคาวะจึงเสียขวัญแตกกระเจิงหนีไป

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ชื่อเสียงของโนบุนากะ โอดะ โด่งดังไปทั่วแผ่นดิน เนื่องจากเป็นไดเมียวจากแคว้นเล็กๆที่สามารถตีทัพของไดเมียวจากแคว้นใหญ่แตกกระเจิงได้ ทำให้ไดเมียวจากเมืองต่างๆมาขอผูกมิตรด้วย รวมถึงอิเอยาสุ โตกุกาวะ (Ieyasu Tokugawa : 徳川家康) ขณะเดียวกันก็ทำศึกกับไดเมียวที่ตั้งตนเป็นศัตรู ทำให้อำนาจและกำลังพลของตระกูลโอดะเพิ่มมากขึ้น จนปี ค.ศ.1561 ไดเมียวแห่งแคว้นมิโนะได้เสียชีวิตลงและมอบตำแหน่งให้ลูกชายอายุ 14 ปีสืบทอดต่อ โนบุนากะเห็นว่าเป็นโอกาสดีจึงบุกทะลวงแคว้นมิโนะและเข้ายึดปราสาทกิฟุ (岐阜) บนเขาอินาบะ (稲葉山) ฐานที่ตั้งของไดเมียวเก่าได้สำเร็จ และประกาศนโยบายรวบรวมญี่ปุ่นที่แตกแยกออกเป็นแคว้นต่างๆให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้การปกครองของตนเอง ภายใต้คติที่ว่า Tenka-Fubu (天下布武) ซึ่งแปลว่า “ปกครองแผ่นดินด้วยการทหาร”

gifu_castle0512.01_Rปราสาทกิฟุ

 หลังจากที่โนบุนากะได้อาศัยอยู่ที่ปราสาทกิฟุแล้วระยะหนึ่ง ก็ถูกขอร้องจากโยชิอากิ อะชิคางะ (Yoshiaki Ashikaga : 足利義昭) น้องชายของโชกุนโยชิเตรุ อะชิคางะ (Yoshiteru Ashikaga : 足利義輝) เนื่องจากพีชายถูกขุนพลของตระกูลมิโยชิสังหาร โนบุนากะจึงยกทัพเข้าเกียวโตและจัดการเรื่องราวทั้งหมดลง หลังจากนั้นก็แต่งตั้งให้โยชิอากิขึ้นเป็นโชกุนแทน แม้ว่าตนจะถูกทาบทามอยู่หลายตำแหน่ง แต่ก็ปฏิเสธไปหมด เพราะคิดว่าเป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลังของโชกุนจะดีกว่าดำรงตำแหน่งต่างๆ จนปี ค.ศ. 1573 โยชิอากิคิดแข็งข้อและขอความช่วยเหลือจากตระกูลอาซาคุระ โนบุนากะจึงทำสงครามและเนรเทศโชกุนออกไป ถือเป็นการสิ้นสุดอำนาจของตระกูลอะชิคางะที่ปกครองญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 200 ปี เมื่ออำนาจในเมืองเกียวโตและแถบภูมิภาคคันไซเริ่มมั่นคงแล้ว โนบุนากะจึงค่อยขยายกำลังไปทางตะวันออกเรื่อยมา

แม้ว่าจะกำจัดโชกุนได้แล้วโนบุนากะก็ยังมีศัตรูมากมายที่ยังต่อต้านเขาอยู่ ศัตรูสำคัญพวกหนึ่งคือกบฎ “อิกโกะ อิกกิ” ( Ikko-ikki : 一向一揆) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของพระนักรบและชาวบ้านท้องถิ่นเพื่อต่อต้านการปกครองของชนชั้นซามูไร มีฐานที่มั่นอยู่ที่วัดฮงกัง (Hongan-ji : 本願寺) บนเขาอิชิ (Ishi : 石山) อยู่ที่โอซาก้าในปัจจุบัน พระนักรบเหล่านี้มีอำนาจมาก เป็นนักบวชในพุทธศาสนาที่ชำนาญการใช้อาวุธเหมือนซามูไร และก็ต่อต้านอำนาจของโนบุนากะเนื่องจากเห็นว่าโนบุนากะนับถือศาสนาคริสต์ โนบุนากะได้ทำสงครามเพื่อกวาดล้างพระนักรบอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดก็สามารถกวาดล้างและชนะกบฎอิกโกะอิกกิลงได้

20090730_440914_Rแม้ว่าโนบุนากะจะทำสงครามอย่างโหดเหี้ยมแต่เขาก็ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก เช่น ในการโจมตีเมืองซาไกซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญ โนบุนากะไม่ได้ทำลายเมืองนี้ แต่กลับให้ความช่วยเหลือบรรดาพ่อค้ารายใหญ่ของเมืองในการก่อตั้งสมาคมพ่อค้า นอกจากนี้ยังมีการให้สิทธิพิเศษด้านภาษีอากรและรวบรวมระบบชั่ง ตวง วัด ให้ได้มาตรฐานทั้งประเทศทำให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นไม่เลวร้ายอย่างที่น่าจะเป็น นอกเหนือจากการเป็นนักรบ โนบุนากะก็ไม่เคยละเลยเรื่องศิลปะ โดยหลังจากได้อำนาจแล้วได้สร้างปราสาทอาซึชิ ที่ริมทะเลสาปบิวะซึ่งเป็นปราสาทที่สวยงามและมีกำแพงหินที่แข็งแรงทนทานต่อปืนใหญ่ นอกจากนี้ยังสร้างพระราชวังแห่งใหม่ที่เกียวโตด้วย อย่างไรก็ดียุคสมัยของโนบุนากะก็ถือว่าไม่ยาวนานนัก ในงานเลี้ยงคืนหนึ่ง โนบุนากะได้ล็อกศรีษะของมิสึฮิเดะ อาเกชิ (Mitsuhide Akechi : 明智光秀) นายทหารคนสนิทไว้ในวงแขนและใช้ด้ามพัดตีศรีษะด้วยอารมณ์สนุกสนาน มิสึฮิเดะอับอายและเคียดแค้นมาก จึงรอโอกาสล้างแค้น

Nobunaga_strikes_Mitsuhide_Rโนบุนากะล็อกศรีษะของมิสึฮิเดะและใช้ด้ามพัดตีศรีษะด้วยอารมณ์สนุกสนาน

 จนกระทั่งปี ค.ศ. 1582 โนบุนากะส่งกองทัพส่วนใหญ่ไปทำสงครามที่ชูโงคุทำให้กำลังในเกียวโตมีเพียงเล็กน้อย มิสึฮิเดะเองก็เป็นนายพลคนหนึ่งที่ต้องคุมทัพไปด้วยจึงวางแผนตลบหลังโนบุนากะนำกำลังทหารของตนเองย้อนกลับมายังปราสาทอะชิซึ เพื่อล้างแค้นความอับอายขายหน้าที่โนะบุนะงะได้สร้างไว้แก่ตน มิสึฮิเดะได้คุมกองกำลังทหารจำนวนมากเข้าตีโอบล้อมโนบุนากะที่เดินทางออกจากปราสาทอะชิซึ ไปพักอยู่ที่วัดฮนโน จากการถูกตลบย้อนหลังด้วยนายทหารคนสนิททำให้โนบุนากะโกรธแค้นมาก แต่ด้วยศักดิ์ศรีจึงยอมทำฮาราคีรี หรือคว้านท้องตนเองเพื่อไม่ให้ชีวิตของตนต้องถูกผู้อื่นประหาร เป็นการปิดฉากนักรบผู้เป็นตำนานของญี่ปุ่นอย่างสมศักดิ์ศรี

Honnoj_Rมิสึฮิเดะคุมกองกำลังทหารเข้าตีโอบล้อมโนบุนากะในขณะอาศัยอยู่ที่วัดฮนโน

 หลังจากนั้นมิสึฮิเดะได้ยกกำลังไปที่ปราสาทนิโจเพื่อสังหารโนบุทาดะซึ่งบุตรชายของโนบุนากะเสีย แต่มิสึฮิเดะก็อยูได้อีกไม่นานเพราะฮิเดโยชิ โตโยโตมิ (Hideyoshi Toyotomi : 豐臣秀吉) นายพลของโนบุนากะได้นำทัพกลับมาล้างแค้นให้และสังหารมิสึฮิเดะได้ในสงครามที่ยามาซากิ จากนั้นก็รวบรวมแผ่นดินได้เป็นผลสำเร็จ

P1000909_Rวัดฮนโน

 

ที่มา – anngle

?
yine.info - This website is for sale! - yine Resources and Information.

yine.info