วันบรรลุนิติภาวะ (Seijin no Hi 成人の日)

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใส่ใจในเรื่องทรัพยากรบุคคลของเขามาก การเจริญเติบโตในแต่ละช่วงอายุเขาให้ความสำคัญหมด จะเห็นได้จากที่เขามีวันสำคัญๆ จัดขึ้นเป็นพิเศษสำหรับแต่ละวัย ทั้งวันเด็ก (Kodomo no Hi) หรือวัน 7-5-3 (Shichi Go San) เป็นต้น รวมถึงวันสำคัญมากๆ ของการก้าวข้ามความเป็นเด็กสู่การเป็นผู้ใหญ่อย่างวันบรรลุนิติภาวะ (Seijin no Hi 成人の日)

 

Seijinnohi4วันจันทร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปีเป็นวันบรรลุนิติภาวะ (Seijin no Hi 成人の日) อย่างเป็นทางการของประชาชนชาวญี่ปุ่นที่มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ทั้งหมด โดยนับเฉพาะคนที่ครบรอบวันเกิดแล้วเท่านั้น ครบรอบปีเกิดที่ญี่ปุ่นเขาไม่นับ และที่ต้องเน้นย้ำคำว่า “อย่างเป็นทางการ” ก็เพราะว่านอกจากพ่อแม่พี่น้องจะต้องยอมรับว่าเด็กๆ โตกันแล้ว ทางกฎหมายก็ถือว่าให้สิทธิความเป็นผู้ใหญ่ครบถ้วนสมบูรณ์ คือจะเลือกตั้งก็ได้ จะแต่งงานก็เหมาะ จะซื้อเหล้า-เบียร์ก็ไม่ว่า จะซื้อหรือสูบบุหรี่ก็เรื่องของคุณ แต่ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องรับผิดชอบโทษทัณฑ์แบบผู้ใหญ่เช่นกัน

วันบรรลุนิติภาวะนั้น เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603 – 1868) โดยมีรากฐานมาจากประเพณีและวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณของญี่ปุ่น เพื่อแสดงการที่บุคคลจะต้องละทิ้งความเป็นเด็กและเริ่มต้นการเป็นผู้ใหญ่ โดยคำว่า Seijin นั้นก็แปลตรงๆ ตัวว่า “ผู้ใหญ่” นั่นเอง

 

Seijinnohi1ในประเพณีดั้งเดิมนั้นจะมีเพียงการเฉลิมฉลองตามความเชื่อในศาสนาชินโต ซึ่งพิธีกรรมก็จะแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่างผู้ชายและผู้หญิง และมักจะกระทำพิธีเฉพาะผู้ที่เกิดในตระกูลซามูไร เด็กหนุ่มอายุ 15 (หรือราว 10 – 16 ปี) จะเข้าพิธีบรรลุนิติภาวะที่เรียกว่า Gempuku 元服 โดยผู้เข้าร่วมพิธีจะแต่งเครื่องสวมหัวชื่อว่า “Eboshi” และจะได้ชื่อใหม่ เป็นการแสดงว่าตนเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ต้องปฏิบัติตนอย่างผู้ใหญ่ รวมถึงสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ท่านอื่นๆ ในครอบครัว และแต่งงานได้แล้ว สำหรับเด็กสาวในตระกูลซามูไรเช่นกัน งานวันบรรลุนิติภาวะจะจัดขึ้นในชื่อที่เรียกว่า Mogi เมื่ออายุ 13 ปี (หรือราว 12 – 16 ปี) พวกเธอจะได้รับกิโมโนพิเศษหนึ่งชุด ที่จะสามารถใส่ในฐานะผู้ใหญ่ได้เป็นครั้งแรก

วันบรรลุนิติภาวะของญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้น ถูกปรับอายุขึ้นมาเป็นวัย 20 ปี ใน ค.ศ. 1876 จัดกันในวันที่ 15 มกราคมของทุกปีมาตั้งแต่ปี 1948 แต่พอในปี ค.ศ. 2000 ก็ถูกปรับใหม่ให้จัดขึ้นในวันจันทร์ที่สองของเดือนมกราคมแทน โดยถือเป็นวันหยุดราชการของประเทศญี่ปุ่นวันหนึ่ง และกลายเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง 3 วันครั้งแรกของปีด้วย

 

Seijinnohi3ในปัจจุบันผู้ที่มีอายุครบ 20 ปี ในรอบปีที่ผ่านมาทั้งหมด จะมารวมตัวกันเพื่อทำพิธีกรรมอย่างเป็นทางการ (โดยทางการจะจัดพิธีที่เรียกว่า Seijin Shiki 成人式 ขึ้นมาในวันบรรลุนิติภาวะ) พ่อแม่และญาติพี่น้องจะมาร่วมงานเพื่อฟังคำกล่าวแสดงความเป็นผู้ใหญ่ของลูกๆ ด้วยความภาคภูมิใจ ในวันนี้พ่อแม่จะให้คำแนะนำและบอกกล่าวถึงวิธีการเป็นผู้ใหญ่ที่ดี และสิ่งที่ลูกๆ จะต้องรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่ง ถือเป็นวันที่น่าปลื้มใจมาก..

นอกจากนี้วันบรรลุนิติภาวะจะมีพิธีกรรมที่น่าสนใจอย่าง Seijin Shiki แล้ว ที่เด็กสาววัย 20 ทั้งหลายดูจะชื่นชอบเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็นโอกาสที่จะได้แต่งสวยกันนี่แหล่ะ โดยงานนี้สาวๆ มักจะแต่งกิโมโนสำหรับผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ยังไม่ได้แต่งงาน ที่เรียกว่า “Furisode 振袖” กิโมโนประเภทนี้จะมีแขนที่ยาวกว่า กิโมโนสำหรับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว แถมยังมีรูปแบบที่ค่อนข้างจะหรูหรากว่าด้วย สาวๆ ญี่ปุ่นทั้งหลายชอบที่จะแต่งชุดฟุริโซเดะนี้ไปออกงานในโอกาสต่างๆ ซึ่งกิโมโนของชาวญี่ปุ่นนั้นราคาไม่ถูกเอาซะเลย แบบธรรมดาก็เป็นแสนเยนแล้ว สาวๆ จึงมักจะเช่ากันเสียมากกว่า แถมกิโมโนนั้นก็ใส่ยาก ส่วนใหญ่จึงมักจะไปให้มืออาชีพในการแต่งกิโมโน ที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “Kimono Kitsuke” แต่งให้ซะมากกว่า

 

Seijinnohi2สำหรับหนุ่มๆ แล้ว..ในวันบรรลุนิติภาวะการแต่งหล่อดูว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญมากเท่าฝ่ายสาวๆ ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะใส่สูทมาเข้าร่วมพิธี แม้ว่าจะเห็นบางคนสวมใส่กิโมโนสำหรับผู้ชายที่เรียกว่า hakama บ้าง แต่ที่หนุ่มๆ ชอบในงานนี้เป็นพิเศษดูจะเป็นโอกาสที่จะได้ฉลองด้วยการดื่ม (อย่างถูกต้องตามกฎหมาย) ซึ่งบ่อยครั้งอาจจะเลยเถิด เกิดปัญหาอยู่บ้าง อย่างเบาๆ ก็เสียดัง เอะอะมะเทิงไปตามภาษาวัยรุ่น แต่ที่หนักหนาสาหัสก็อาจจะขาดสติจนทำอะไรที่เป็นภัยร้ายแรงกับตัวเองและผู้อื่นได้ งานนี้อาจจะไปได้สติอีกทีในคุกกันเลยทีเดียว ซึ่งคราวนี้ก็ต้องรับโทษแบบผู้ใหญ่ ไม่ปรานีกันแล้วละนะ

จึงเป็นเรื่องเตือนใจหนุ่มๆ สาวๆ ว่าการเป็นผู้ใหญ่นั้น ไม่ใช่แค่คำเรียกฐานะทางสังคม แต่การเป็นผู้ใหญ่ที่ดีนั้นต้องรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมในทางที่ถูกที่ควรด้วย ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา และสนใจมุมมองของคนอื่นบ้าง สนใจแต่ในมุมของตัวเองอย่างเดียวนั้น ก็จะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ลำบาก…

 

 

ที่มา – marumura

?