The Romance Otaru (โอตารุ)

อากาศหนาวๆ เย็นๆ แบบนี้ทำให้คิดถึงเมืองเล็กๆ น่ารัก แสนโรแมนติกของญี่ปุ่นที่ชื่อว่า “โอตารุ” ขึ้นมา ที่นี่เป็นเมืองชายทะเล ที่ในฤดูร้อนอากาศจะปลอดโปร่งโล่งสบาย มีลมทะเลเอื่อยๆ กับแดดอุ่นๆ ให้รู้สึกอยากเดินทอดน่องชมวิวไปเรื่อยๆ แต่ในฤดูหนาว ทิวทัศน์จะต่างออกไป แม้จะมีนักท่องเที่ยว ที่นี่ก็ยังให้บรรยากาศที่ดูสงบ เงียบ เหงา เศร้า แต่ก็โรแมนติก น่าเกี่ยวแขนเดินเล่นแก้หนาวกันเสียจริงๆ

Otaru-mapเดิมทีเมืองนี้มีชื่อว่า Otarunai ในภาษาไอนุ แปลว่า River running through the sandy beach (ชาวไอนุ=ชาวพื้นเมืองเก่าแก่ของฮอกไกโด) อาจจะได้ชื่อนี้มาเพราะด้านหลังเมืองถูกโอบล้อมด้วยภูเขาถึง 3 ด้าน (Tenguyama) แล้วจากภูเขาก็ค่อยๆ ลาดเอียงลงสู่ทะเลทางอ่าว Ishikari พอภูมิประเทศเป็นแบบนี้ พื้นที่ราบมีน้อย บ้านเรือนส่วนใหญ่ก็เลยอยู่ตามไหล่เขา ทำให้โอตารุได้ชื่อเล่นแถมมาอีกว่า “Saka no machi” ที่แปลว่า Hill town หรือเมืองบนเนินเขา ฮวงจุ้ยดีมากๆ ข้างหลังเป็นภูเขา ข้างหน้าเป็นทะเล วิวก็เลยยิ่งสวยกันไปใหญ่ มองจากภูเขามองเห็นถึงทะเลกว้างเลย…

Otaru1โอตารุนั้นเคยรุ่งเรืองจากการเป็นเมืองท่า และอุตสาหกรรมประมง ปัจจุบันเป็นเหมือนกับสนามเด็กเล่นข้างบ้านของชาวเมืองซัปโปโร เมืองหลวงของเกาะนี้ เพราะอยู่ใกล้กันมาก เข้าถึงก็ง่าย แล้วยังมีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง มาชมวิวก็ได้ (City View ที่นี่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น) มีแหล่งน้ำพุร้อนใกล้ๆ ให้แช่ตัวกันหลายแห่ง อาทิ Asarigawa onsen แล้วยังมีสถานที่เล่นสกีและสโนว์บอร์ดแจ่มๆ เพียงแต่ขึ้น Otaru Tenguyama Ropeway ไปไม่กี่นาที ถึงจะไม่โด่งดังโดดเด่นเท่าที่ Niseko, Teine หรือที่ Sapporo Kokusai แต่ก็ควรค่าแก่การขึ้นไปเที่ยว เพราะวิวดี มองเห็นเมืองโอตารุได้หมด ลองจินตนาการถึงวิวกลางคืนที่มองเห็นแสงไฟของทั้งเมือง และเลยไปถึงแสงไฟในทะเลสิว่าจะสวยขนาดไหน

Otaru2 Otaru4นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะชอบเดินเล่นริมฝั่งคลองโอตารุ คลองขุดที่สร้างขึ้นให้ไหลผ่านกลางเมือง แต่ก่อนใช้เป็นทางน้ำลำเรียงสินค้าจากเรือใหญ่ในอ่าว มาเก็บไว้ที่โกดังสินค้า ริมคลองตกแต่งด้วยเสาตะเกียงแก๊สสไตล์วิคตอเรีย (แต่ตอนนี้ใช้ไฟฟ้าแล้ว) ภาพถ่ายของคลองแห่งนี้จะขาดเสน่ห์ไปมากเลย ถ้าไม่มีฉายหลังเป็นอาคารหินสีส้มแดงเก่าแก่ที่เรียงรายกันอยู่ริมฝั่งคลอง

อาคารเหล่านี้เคยเป็นโกดังเก็บสินค้าประจำเมืองท่าแห่งนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายเป็น Landmark อย่างหนึ่งของเมืองนี้ไปได้ ปัจจุบันบางหลังยังถูกดัดแปลงให้เป็นร้านค้า ร้านอาหาร หรือพิพิธภัณฑ์ อย่างพิพิธภัณฑ์เมืองโอตารุ (Otaru City Museum) ซึ่งถ้ามีเวลาก็ควรค่าแก่การแวะไปชม ริมคลองโอตารุนี้ ตอนกลางวันว่าน่าเดินเล่นแล้ว วิวกลางคืนก็สุดจะโรแมนติก เหมาะให้คู่รักมาเดินเล่นให้ชาวบ้านเขาอิจฉากัน

Otaru3ถ้าชอบการเดินเล่น จะลองไปทางตะวันตกของเมืองดูก็ได้ ที่นี่มี Nishi Goten (Herring Mansion) ซึ่งอดีตเคยเป็นบ้าน ของยักษ์ใหญ่ในธุรกิจประมงปลาเฮอร์ริ่งของเมืองนี้ เผื่ออยากจะย้อนอดีตไปเห็นถึงความซอมซ่อของที่หลับที่นอนของคนงานกว่า 120 คนที่ชั้นหนึ่ง ส่วนชั้นบนกลับเป็นห้องพักอันหรูหราของเจ้าของบ้าน หลายๆ คนอาจจะถึงกับปลงกันเลยทีเดียว

Otaru9

ถ้าเดินเล่นชมวิวมันเพลิดเพลินใจไม่พอ อาจจะต้องขอช้อปปิ้งกันหน่อย เมืองนี้เครื่องแก้วดีมีคุณภาพ ชาวญี่ปุ่นฮิตกันมานานแล้ว ถ้าเป็นสาวกข้าวของประเภทนี้ ไม่ห่วงว่าจะแตก หรือน้ำหนักกระเป๋าจะเกินจะซื้อสะสม หรือซื้อมาทดลองใช้ดูว่าของเขาดีจริงรึเปล่า ก็ไม่ห้ามกัน ว่ากันว่าเครื่องแก้วของ Kitaichi Glass เป็นเครื่องแก้วทำมือเก่าแก่ของที่นี่ ยังไงก็ลองหาดูกันได้

Otaru10คิดว่าผลพลอยได้อย่างหนึ่งของเครื่องแก้ว คือการเอามาทำเป็นกล่องดนตรีสุดหรู (อัพราคาได้) ที่นี่มี Otaru Music Box Museum ที่นอกจากจะสะสมกล่องดนตรีเก่าแก่ชั้นเยี่ยมไว้หลายชิ้น ยังขายกล่องดนตรีที่ทั้งดูสวยหรู และดูกระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักมากมายหลายแบบ ถ้าได้ลองไปเดินดูแล้วไม่ได้ของตัวเอง ก็คงต้องได้ของฝากกันบ้างล่ะ มีให้เลือกหลากแบบหลายราคา แถมถ้าเรายอมจ่ายเพิ่ม จะทำกล่องดนตรีของตัวเองก็ยังได้ จริงๆ แล้วจะหาซื้อกล่องดนตรีที่ Hakodate หรือ Sapporo ก็มี แต่ที่นี่มีให้เลือกมากกว่าเยอะ แล้วด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ยังมี Steam Clock ซึ่งเป็นนาฬิกาไอน้ำที่เมืองแวนคูเวอร์มอบให้เป็นที่ระลึกแก่เมืองโอตารุ เจ้านี่จะส่งเสียงร้องทุก 15 นาที แต่ทุกๆ ชั่วโมงจะดังเป็นพิเศษ ใครไปพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีก็คงจะได้เห็นแน่ๆ

Otaru7นอกจากจะมีเสน่ห์ให้มาเยี่ยมชมและเยี่ยมช้อปแล้ว เรื่องอาหารการกินของเมืองนี้ก็ไม่ควรพลาดเลย…ด้วยความที่เป็นเมืองท่า อาหารทะเลจึงสดและคุณภาพลือเลื่อง (แต่สนนราคาก็ทำให้ใจหายได้เหมือนกัน) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมนู “ซูชิ” ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในฮอกไกโด แล้วก็เป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นด้วย แม้อาจจะลำบากกระเป๋าสตางค์กันอยู่สักหน่อย แต่ก็คุ้มค่าถ้าได้ลิ้มลอง นอกจากนี้เมืองโอตารุ ยังมีชื่อเรื่องเบียร์ ถึงกับมีร้านอาหารชื่อดังชื่อว่า “เบียร์โอตารุ” อยู่ถัดจากคลองโอตารุไปนิดเดียวเท่านั้น เรื่องอาหารการกินที่นี่ไม่มีตกหล่นกันจริงๆ โดยเฉพาะถ้าได้ไป Sushiya Street ใกล้กับ JR Otaru Station ด้วยแล้วละก็ ทั้งซูชิสดๆ ราเมงแก้หนาว เครื่องดื่มนุ่มๆ ทั้งไวน์ เบียร์ และสาเก มีบริการเพียบ…

Otaru5เป็นเรื่องจริงทีเดียวที่เมืองโอตารุนั้นคุ้มค่าต่อการเยี่ยมเยือน ทั้งความมีเสน่ห์ อาหารทะเลสด และแหล่งท่องเที่ยว แล้วยังสามารถเดินทางไปได้ในทุกฤดูกาล แต่ในช่วงอากาศเย็นๆ ระหว่างวันงาน Otaru Yukiakari no machi สิ น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เขาจะประดับประดาแสงเทียนให้สะท้อนเป็นเงาไหวๆ ไปกับผิวน้ำของคลองโอตารุ และยังมีการจัดให้มีแสงเทียนอ่อนๆ ลอดออกมาจากกองหิมะด้วย เกือบทั้งเมืองจะประดับตกแต่งกันแบบนี้ เฮ้อ..ขอแค่ได้ฝันถึงฤดูหนาวสุดแสนโรแมนติกที่โอตารุ… ก็สุดยอดแล้ว (แต่ก็อยากไปสัมผัสของจริงอยู่ดี ใช่มั้ยล่ะ อิ อิ)

Otaru6ใครที่ยังไม่เคยไป…หาโอกาสไปเยี่ยมเยือนกันได้แล้ว อยู่ใกล้ซัปโปโรมากๆ นั่งรถไฟ Express train (ที่มีออกทุกๆ 30 นาที) แค่ประมาณ 30 นาที ส่วนค่ารถไฟก็อยู่ที่ 620 เยนเท่านั้นเอง

 

 

ที่มา – marumura



The Romance Otaru (โอตารุ)

574
ราเมงรสเลิศ 3 ร้าน แห่งชินจุกุ
เผยแพร่ : 24th มิ.ย. 2015 เขียนโดย : ทาเครุ
ลักษณะเด่นของที่พักอาศัยของคนญี่ปุ่น
เผยแพร่ : 24th มิ.ย. 2015 เขียนโดย : ทาเครุ
กิโมโนในเทศกาลต่างๆ
เผยแพร่ : 10th มิ.ย. 2015 เขียนโดย : ทาเครุ
อย่าทิ้งของกินญี่ปุ่นที่หมดอายุแล้วในทันที
เผยแพร่ : 5th พ.ค. 2015 เขียนโดย : ทาเครุ